ทำความรู้จักพระภูมิเจ้าที่ และเคล็ดลับการตั้งศาลพระภูมิ

ข้อแตกต่างระหว่าง “ศาลพระภูมิ” และ “ศาลเจ้าที่” ที่หลายคนเข้าใจผิด

แม้เราจะเรียกติดปากรวมกันว่า “พระภูมิเจ้าที่” แต่แท้จริงแล้วทั้งสองศาลมีความแตกต่างกันทั้งรูปลักษณ์และฐานะของดวงวิญญาณ การแยกแยะให้ถูกต้องจะช่วยให้เราจัดวางและบูชาได้อย่างเหมาะสม

  • ศาลพระภูมิ: เปรียบเสมือน “ประธาน” ของสถานที่ เป็นเทพารักษ์หรือเทวดาที่เชื่อกันว่าแปลงกายลงมาจากสวรรค์ เพื่อคุ้มครองและดูแลผู้อยู่อาศัย ลักษณะเด่นคือ “เสาต้นเดียว” และตัวศาลจะยกสูงระดับสายตาหรือเหนือปากของผู้เป็นเจ้าของบ้าน เพื่อแสดงความเคารพสูงสุด
  • ศาลเจ้าที่ (ศาลตายาย): เปรียบเสมือน “เจ้าของที่เดิม” หรือบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว คอยดูแลความสงบเรียบร้อยในระดับพื้นดิน ลักษณะเด่นคือ “มี 4 เสา” ความสูงของศาลจะอยู่ต่ำกว่าศาลพระภูมิเสมอ และมักตั้งอยู่เคียงคู่กันเพื่อให้ท่านช่วยดูแลสอดส่องให้ครอบคลุมที่สุด

บ้านที่ดีไม่ได้มีแค่รากฐานมั่นคง แต่ยังต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครองให้ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตอย่างสงบร่มเย็น ซึ่ง “พระภูมิเจ้าที่” หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า “ศาลพระภูมิ” ก็คือหนึ่งในความเชื่อเก่าแก่ของคนไทยที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ว่าเป็นเทวดาผู้คุ้มครองบ้านและพื้นที่ให้ปลอดภัยจากภัยร้าย พร้อมนำโชคลาภความมั่งคั่งมาให้กับเจ้าของสถานที่

แม้จะเป็นความเชื่อโบราณ แต่ในปัจจุบัน “ศาลพระภูมิ” ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในสังคมไทย ทั้งในบ้านเรือน โรงงาน บริษัท หรือแม้แต่คอนโดมิเนียม ด้วยศรัทธาที่ไม่เคยจางหาย คนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับการตั้งศาลพระภูมิอย่างถูกต้องตามหลัก ทั้งเรื่องทิศ วันฤกษ์ และพิธีกรรมที่เป็นมงคล เพื่อเสริมดวงชะตาและเปิดรับพลังบวกสู่ชีวิตและธุรกิจ

ความหมายและหน้าที่ของพระภูมิเจ้าที่ในความเชื่อไทย

“พระภูมิ” แปลอย่างตรงตัวแปลว่า “เจ้าที่” คนจีนเรียก “ตี่จู้เอี๊ยะ” คือ เจ้าที่ผู้ดูแลพื้นดิน “ศาลพระภูมิ” (Spirit House) คือ ที่สิงสถิตของพระภูมิ เพื่อปกปักรักษา ปกป้องดูแล บ้านเรือน เคหสถาน อาคาร สถานที่ต่างๆ รวมทั้งเรือกสวนไร่นา ตามความเชื่อของคนไทยในทุกภาคของประเทศมาตั้งแต่สมัยโบราณและยึดถือปฏิบัติบูชาสืบต่อกันมาช้านานจวบจนปัจจุบัน จะเห็นได้จาก ‘ศาลพระภูมิ’ ที่ปรากฏในบริเวณอาคารบ้านเรือน เคหสถาน และสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

หลากหลายความเป็นมาของพระภูมิเจ้าที่

เรื่องราวความเป็นมาของพระภูมิเจ้าที่ มีหลากหลายตำนาน ซึ่งมีส่วนคล้ายคลึงกัน อาทิ … กาลครั้งหนึ่ง มีพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าทศราช มีพระมเหสีพระนามว่า พระนางสันทาทุกข์ ครอบครองสิริราชสมบัติอยู่ที่กรุงพาลี มีโอรสทั้งหมด 9 พระองค์ เมื่อพระราชโอรสทรงเจริญวัย มีพระปรีชาสามารถ พระเจ้าทศราชจึงให้ไปครอบครองภูมิสถานที่ต่างๆ ดังนี้

องค์ที่ 1 พระชัยมงคล ดูแลเคหสถานร้านโรง หอห้องค้าขาย

องค์ที่ 2 พระนครราช ดูแลค่ายทวารและบันได

องค์ที่ 3 พระเทวเถร ดูแลคอกสัตว์ ช้างม้า โคกระบือ

องค์ที่ 4 พระชัยสพ (บ้างเรียกพระโพสพ) ดูแลยุ้งฉาง กองเสบียง กองคลัง

องค์ที่ 5 พระคนธรรพ์ ดูแลโรงพิธีอาวาหมงคลและวิวาหมงคล เรือนหอบ่าวสาว

องค์ที่ 6 พระธรรมโหรา ดูแล เรือกสวนไร่นา ป่าเขา ท้องทุ่ง ป่าไม้

องค์ที่ 7 พระวันทัต ดูแล อารามโบสถ์วิหาร และปูชนียวัตถุต่างๆ

องค์ที่ 8 พระธรรมกฤช ดูแลอุทยาน สวนผลไม้ พืชพันธุ์ไม้

องค์ที่ 9 พระธารธารา ดูแลแม่น้ำ ห้วยหนองคลองบึง

ต่อมาพระเจ้าทศราชหรือพระเจ้ากรุงพาลี มิได้ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม ทำให้ราษฎรเดือดร้อน ร้อนไปถึงองค์พระนารายณ์ ทรงอวตารเป็นพราหมณ์น้อยมาขอที่อยู่ต่อพระเจ้ากรุงพาลีเพียง 3 ย่างก้าว เพื่อบำเพ็ญพรต พระเจ้ากรุงพาลีทรงอนุญาตให้และหลั่งน้ำอุทกธาราอุทิศ

พระนารายณ์จึงแปลงกลับเป็นพระนารายณ์ 4 กร และเริ่มย่างก้าว ก้าวไปเพียงก้าวแรกก็หมดเขตพระธรณี จึงขับไล่เจ้ากรุงพาลีให้ออกไปอยู่ป่าหิมพานต์ เจ้ากรุงพาลีและพระภูมิเจ้าที่ได้รับความทุกข์ ความอดอยากแสนสาหัส จึงกลับมาทูลขอที่ดินกลับคืน พระนารายณ์ทรงอนุญาตว่า ผู้ที่จะทำงานมงคลทั้งปวงต้องบูชาสังเวยพระภูมิเจ้าที่ก่อน เพราะเขาเป็นเจ้าของที่ดิน เมื่อบูชาสังเวยแล้วจะเกิดสุขสวัสดิ์พิพัฒน์มงคล

ส่วนใน “คัมภีร์พรหมจุติ” ได้กล่าวว่า

… เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าได้อุบัติขึ้นมาในโลกในสมัยหนึ่งนั้น เจ้ากรุงพาลีซึ่งครองกรุงพาลีได้ทำกรรมเบียดเบียน ริษยา และกล่าวมุสาวาทแก่คนทั้งหลาย เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงคิดทำโทษเจ้ากรุงพาลี โดยทรงขอที่ดินจากเจ้ากรุงพาลี 3 ก้าว เจ้ากรุงพาลีเห็นว่าขอเพียงเล็กน้อยก็ถวายให้ตามที่พระพุทธเจ้าต้องการ พระพุทธเจ้าจึงประกาศแก่เทพยดาให้เป็นพยานว่า เจ้ากรุงพาลีได้ยกที่ให้พระองค์แล้ว 3 ก้าว ประกาศแล้วพระองค์ก็ทรงก้าวเดินไปด้วยพุทธาภินิหาร เมื่อทรงก้าวย่างเพียง 2 ก้าวก็ถึงขอบเขตจักรวาล

เจ้ากรุงพาลีและพระภูมิเจ้าที่จึงไม่มีที่อยู่ ต้องออกไปนอกเขตจักรวาล ทำให้อดอยากในเครื่องสังเวยต่างๆ เจ้ากรุงพาลีจึงให้พระภูมิเจ้าที่มาทูลขอเครื่องสังเวยและขอที่ดินคืน พระพุทธเจ้าทรงมีพุทธานุญาตว่า ต่อไปนี้ถ้าผู้ใดจะสร้างบ้านเรือนหรือก่อพระเจดีย์ ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ สร้างพระวิหาร ทำสถานที่ปลูกสร้างศาลา ปั้นพระพุทธรูป บวชพระภิกษุ หรือทำการมงคลใดๆ ก็ให้จัดที่เป็นที่ตั้งศาลพระภูมิ กว้าง-ยาวพอสมควรไว้ในบริเวณมงคลพิธี

ศาลพระภูมิต้องมีฐานเสายาวสูงขึ้นไป

สาเหตุที่ ‘ศาลพระภูมิ’ บ้านเราเป็นเสายาวขึ้นไปก่อนเป็นตัวศาลด้านบนนั้น ก็ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า … จากที่ท้าวทศราชและพระโอรส สำนึกผิดและมาขอที่อยู่ พระพุทธองค์ทรงกำหนดว่าที่ทั้งหลายเป็นเขตพุทธาวาส แต่ควรมีผู้ดูแลคุ้มกันภัยต่อไป จึงให้ทำเสาเอกยกจากพื้นเพื่อเป็นอุทธาหรณ์ให้มุ่งคอยดูแลปกปักรักษาสถานที่ต่างๆ และตัวศาลให้ตั้งลอยอยู่บนอากาศเป็นการแสดงว่ามิได้แย่งที่ซึ่งถวายให้ศาสนาคืน ตำนานนี้เค้าโครงคล้ายกับทางอินเดีย

พระภูมิ หรือพระชัยมงคล

องค์พระภูมิที่สถิตตามบ้านเรือนจะมีพระนามว่า “พระชัยมงคล” สถิตอยู่ใน “เจว็ด” ซึ่งมีลักษณะเหมือนแผ่นไม้ ปัจจุบันทำเป็นแผ่นพลาสติก ทำเป็นรูปเทวดาถือพระขรรค์ ถือถุงเงินถุงทองคอยแจกทรัพย์ให้เจ้าของสถานที่ มีบริวาร 3 ตน ชื่อ จันทิศ จันที และจ่าประสพพระเชิงเรือน คอยดูแลรับใช้ ซึ่งทุกบ้านช่องถือว่า “ศาลพระภูมิ” จะช่วยพิทักษ์ปกปักรักษาให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขและทำมาค้าขึ้น และควรจะถวายเครื่องใช้ไม้สอยและเครื่องสังเวยเป็นประจำไม่ให้ขาด เพื่อท่านจะได้ช่วยอำนวยโชคลาภป้องกันเภทภัยต่างๆ ให้กับเรา

ของไหว้ศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่ บูชาอย่างไรให้เป็นมงคล 

การถวายสิ่งของบูชาเปรียบเสมือนการแสดงความกตัญญูและขอพรให้ท่านเมตตา โดยปกติแล้วควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอในทุกเช้า หรือทุกวันพระ

  • ของไหว้ศาลพระภูมิ: นิยมถวายผลไม้มงคล (เช่น กล้วย มะพร้าว สาลี่), น้ำเปล่าสะอาด, ดอกไม้สดหรือพวงมาลัย (ดาวเรือง กล้วยไม้), และจุดธูป 9 ดอก เพื่อบูชาเทพ
  • ของไหว้ศาลเจ้าที่: อาหารคาวหวานทั่วไป (เช่น ข้าวสวย แกงจืด ขนมไทย), หมากพลู บุหรี่, ผลไม้, น้ำเปล่า, และจุดธูป 7 ดอก หรือ 5 ดอก (ตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น) เพื่อบูชาดวงวิญญาณบรรพบุรุษ

เคล็ดลับ: การเปลี่ยนน้ำถวายใหม่ทุกวันจะช่วยเสริมความร่มเย็น และควรลาของไหว้ก่อนเที่ยงเพื่อความสะอาดเรียบร้อยของศาล

ตั้งศาลพระภูมิมีเคล็ดลับ ตั้งไม่มีดีเป็น อวมงคล แก่ชีวิต

สำหรับ “การตั้งศาลพระภูมิ” นั้น จะตั้งเองตามใจชอบไม่ได้ เพราะเชื่อกันว่าถ้าตั้งศาลพระภูมิไม่ถูกต้องตามตำราและพิธีการแล้ว จะนำความพินาศมาสู่ครอบครัว ดังนั้นจะต้องตั้งโดยผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญมาทำพิธีให้ถูกต้องทุกประการ นับตั้งแต่การตั้งให้ถูกทิศ กำหนดวันที่เป็นสิริมงคล การบวงสรวงอัญเชิญที่ถูกต้อง และเมื่อตั้งศาลพระภูมิแล้วจะต้องทำการสักการบูชาและกล่าวคาถาให้ถูกต้องด้วยครับผม

หากคุณกำลังมองหา ศาลพระภูมิคุณภาพสูง ที่ออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยและคติไทย พร้อมบริการจัดตั้งโดยพราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญ เราขอแนะนำ KT Spirit House เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสร้างและตั้งศาลพระภูมิทุกประเภท พร้อมให้คำแนะนำการบูชาอย่างถูกต้อง เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้บ้านหรือกิจการของคุณอยู่เย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน

มองหาศาลพระภูมิ ศาลพระพรหม ศาลเจ้าที่ และอุปกรณ์ประกอบศาลต่าง ๆ ต้องที่ K.T.
ศาลพระภูมิ มีทั้งแบบทรงไทย และทรงโมเดิร์นไม่เหมือนใคร! งานปราณีต สวยงาม แข็งแรง ทนทาน

สอบถาม/ สั่งซื้อได้

Add Friend
ติดต่อสอบถามโทร. 098-226-6441

เยี่ยมชมสินค้า

KT ศาลพระภูมิ วงเวียนพระราม 5
KT ศาลพระภูมิ วงเวียนพระราม 5
KT ศาลพระภูมิ เพชรบุรีตัดใหม่
KT ศาลพระภูมิ ใต้ทางด่วนรามอินทรา